20 bangabsolute gossipbangwoodhollywood stylevideos Make this site your homepage
   
 
 
ดูหนังที่บางวู้ด
  RSS Feed
mainreviewsvideosarchivescontact Sign up

Review: Wall-E

 

WALL-E หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย หนังอนิเมชั่นเชิงนิยายวิทยาศาสตร์ จากผู้กำกับ แอนดรูว์ สแตนตัน ซึ่งมีผลงานเยี่ยมๆ มาแล้วหลายเรื่อง รวมทั้ง Finding Nemo ของพิกซาร์เองด้วย

ผลงานร่วมผลิตของวอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส และ พิกซาร์ แอนิเมชั่น สตูดิโอ เรื่องนี้สร้างขึ้นจาก Theme ที่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามนุษย์ต้องทิ้งโลกไป แล้วมีคนลืมปิดสวิตช์หุ่นยนต์ตัวสุดท้ายบนโลกไว้ จากเสียงพากย์ของ เจฟฟ์ การ์ลิน, จอห์น ราทเซนเบอร์เกอร์, เคธี นาจิมี และ ซิเกอร์นีย์ วีฟเวอร์ หนังความยาว 97 นาทีใช้งบสร้างประมาณ 180 ล้านเหรียญ เปิดตัววันแรกใน Box Office อเมริกาด้วยตัวเลข 23.1 ล้านเหรียญ และขึ้นอันดับหนึ่งในสัปดาห์นั้นด้วยรายได้ 63 ล้านเหรียญ

Wall-E เล่าเรื่องในปี 2815 หลังจากที่มนุษย์ต้องทิ้งโลกไปตั้งแต่ปี 2110  ไปอยู่สถานีอวกาศอันไกลโพ้น  มนุษย์จากโลกไปถึง 700 ปี แต่ก็ยังมีภารกิจติดตาม และรอคอยการกลับมายังโลกที่ปราศจากมลพิษ โลกจึงเหลือเพียงหุ่นยนต์ Wall–E ซึ่งยังคงทำภารกิจเก็บกวาดขยะอย่างโดดเดี่ยว มีเพียงแมลงสาบหุ่นยนต์เป็นเพื่อนเท่านั้น   Wall-E ใช้ชีวิตหลังจากเก็บขยะ ในการสะสมของใช้ต่าง ๆ รวมถึงดูหนังเพลงโรแมนยุค 70s เรื่อง Hello, Dolly! เขาดูมันทุกวัน ดูซ้ำไปซ้ำมา จนซึมซับอารมณ์เหมือนมนุษย์ โดยเฉพาะซึมซับการสัมผัส การจับมือ

วันหนึ่ง เขาได้เจอกับหุ่นยนต์สำรวจรุ่นใหม่ Eve ที่ส่งมาสำรวจโลกจากยาน Axiom เขาตกหลุมรัก และติดตามเธอไปทุกแห่ง แม้ Eve จะสนใจแต่เรื่องภารกิจตามหาสิ่งมีชีวิตก็ตาม ในที่สุด Wall –E ได้ติดตาม Eve เดินทางไปนอกโลก และพบว่ายังมีมนุษย์ และหุ่นยนต์มากมายอยู่  ที่นั่นมีหุ่นยนต์ดูแลมุนษย์ จนมนุษย์เริ่มกลายเป็นหุ่นยนต์ซะเอง เพราะไม่ได้ใช้กระดูก และกล้ามเนื้อเลย หนังสื่อให้เห็นว่าการดำรงอยู่ของมนุษย์ แม้จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยความสะดวกสบายจากเทคโนโลยี แต่คุณค่าทางจิตใจ อารมณ์สุนทรีย์ที่แท้จริง ไม่สามารถสร้างขึ้นได้ Wall-E ได้ปลุกมนุษย์ชาย-หญิงคู่หนึ่ง ให้หยุดการใช้ชีวิตแบบ routine และเห็นสิ่งสวยงามที่แท้จริงรอบข้าง

และเมื่อพิสูจน์ได้ว่า มีพืชอยู่บนโลกได้ กัปตันยานต้องการกลับโลก ในขณะที่หุนยนต์บังคับยานอัตโนมัติต้องการยกเลิกคำสั่งกลับโลก Wall-E และ Eve ต้องผจญภัยและช่วยเหลือให้ยานกลับสู่โลก จน Eve เริ่มรัก Wall-E แต่ Wall-E กลับได้รับความเสียหายจนสูญเสียความทรงจำ Wall–E ถูก re –boot ขึ้นใหม่ เขาจะกลับมาจำ Eve ได้หรือไม่ ต้องไปชมกันเองค่ะ

ในเรื่องแทบไม่มีบทพูดเลย มีแต่ท่าทาง และเสียงของหุ่นยนต์ โดยเฉพาะเสียงเรียกชื่อ Wall – E และ Eve ด้วยความรัก ความห่วงใย ยังคงรู้สึกก้องอยู่ในหัวของคนดู และหลายคนยิ่งได้ดูเรื่องนี้แล้ว ต้องกลับมาคิดย้อนดูตัวเอง ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาจทำให้คนเรามองข้ามสิ่งที่สวยงาม ความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง และยิ่งหนังกลับให้หุ่นยนต์รับรู้ถึงสัมผัส ถึงความรักอย่างมนุษย์ได้ ก็ยิ่งทำให้เรารู้ถึงว่าความรักมีค่า มีความหมายจริงๆ หลายคนดูเรื่องนี้แล้วยิ่งรักโลกของเราขึ้นอีกด้วยค่ะ

ส่วนของแถม ที่หนังเปิดด้วยหนังสั้น 5 นาที เรื่อง Presto นั้น ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก วัดได้ชัดจากเสียงหัวเราะของคนดูทั้งโรง
 
Email this |  AddThis Social Bookmark Button  | Comments (0)

Tropic Thunder ล้ม Dark Knight สำเร็จ!!

 

หลังเอาชนะคู่แข่งเหี้ยมๆ มาได้ถึง 4 อาทิตย์ติด ถึงเวลาที่ The Dark Knight ต้องลงจากบัลลังก์ Box Office แล้ว จากการมาของหนังสงครามที่ล้อเลียนหนังสงครามอีกทีกับ Tropic Thunder ของผู้กำกับ/นักแสดง Ben Stiller โดยจุดขายคือ Robert Downey Jr. (Iron Man) ในบทคนดำ และการปรากฏตัวของซูเปอร์สตาร์ดังๆ หลายคนในเรื่อง รวมถึง Tom Cruise เป็นอาทิ

หนังทำเงินสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ $26 ล้าน ยังไงก็ตามจากการเปิดตัวตั้งแต่วันพุธ รายรับรวมของหนังน่าจะอยู่ที่ราวๆ $37 ล้าน อันดับสองแน่นอนยังเป็น The Dark Knight ที่ล่าสุดทำสถิติหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลไปแล้ว โดยตัวเลขอยู่ที่ $460 ล้าน เอาชนะ Star Wars ไปเป็นที่เรียบร้อย (ถ้านับรายได้ที่ไม่ปรับตามค่าเงินนะ) weekend ที่ผ่านมา ผลงานเรื่องสุดท้ายของ Heath Ledger ยังคงทำได้อีก $17 ล้าน

และพูดถึง Star Wars อันดับสามก็คือภาคใหม่อีกเรื่องของซีรียส์ Star Wars: The Clone War งานอนิเมชั่นของ George Lucas ที่ยังอุตส่าห์เข็นอกมาเพื่อเป้าหมายเดียว - ฟันกำไรจากของที่ระลึก (โอเค รวมทั้งเปิดตัวเฟรนเชส์การ์ตูน Star Wars ทางทีวีด้วย) หนังทำได้ $15.5 ล้าน

 
Email this |  AddThis Social Bookmark Button  | Comments (0)

Review: Journey to the Center of the Earth

 

Journey to the Center of the Earth ดิ่งทะลุสะดือโลก หนังแนว แอ็คชั่น ผจญภัย จากผู้กำกับ Eric Brevig เจ้าของรางวัลออสการสเปเชียลเอฟเฟกต์จาก Total Recall นำแสดงโดย Brendan Fraser, Josh Hutcherson และ Anita Briem

หนังสร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ Jules Verne เป็นหนังที่ให้จินตนาการได้ดี หลายคนเคยวาดภาพถึงสิ่งที่อยู่ใจกลางโลกที่เคยอยากรู้มานาน ภาพใจกลางโลกซึ่งในเชิงวิทยาศาสตร์มีแต่ลาวาที่ร้อนแรง ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัย ในหนังเรื่องนี้ กลายเป็นโลกซ้อนโลก ซึ่งนำสู่การผจญภัยที่น่าติดตาม  หนังกล่าวถึง เทรเวอร์ (Fraser) นักธรณีวิทยาที่พี่ชายของเขาหายตัวไป 10 ปีก่อน  เมื่อเขาเจอเงื่อนงำจากบันทึกของพี่ชายที่อาจนำทางเขาไปพบพี่ชายได้ เขาจึงไม่รอช้า ที่จะตามไปตามบันทึกนั้น โดยมีหลายชายแอนเดอร์สัน (Hutcherson) และ ฮันน่า (Briem) คนนำทาง  ปีนขึ้นไปที่ภูเขาไฟในไอส์แลนด์ด้วยกัน การเดินทางของพวกเขา ไปไกลถึงใจกลางโลก ที่ 4,000 ไมล์ พวกได้พบกับสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกยักษ์ นกเรืองแสง ฉลาม ไดโนเสาร์ และที่น่าประหลาดใจคือพวกเขาไม่ใช่คนกลุ่มแรกที่เข้าไปถึง พวกเขามีจุดมุ่งหมายในการกลับสู่พื้นผิวโลก และตามสูตรหนังเยาวชน การเดินทางครั้งนี้ยังให้อา/หลานได้รับรู้ถึงความรักที่พ่อมีต่อลูก และเข้าใจกันในที่สุด

หนังความยาว 92 นาที ถ่ายทำด้วยระบบดิจิตอล 3 มิติทั้งเรื่อง ซึ่งปีนี้คนไทยได้ดูหนังของ Brendan Fraser พร้อมกัน 2 เรื่อง อีกเรื่องคือ The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor ซึ่งผู้เขียนคิดว่า Journey นี้เสนอมุมมองใหม่ๆ มากกว่า The Mummy และยิ่งหากใครสนใจดูหนังแบบ 3 มิติ โดยใช้แว่นดู วิชชอล เอฟเฟกต์ก็สามารถมีให้เลือกชมอยู่หลายโรง
 
Email this |  AddThis Social Bookmark Button  | Comments (0)

New trailer: Harry Potter and the Half-Blood Prince

 
 
Email this |  AddThis Social Bookmark Button  | Comments (0)

Review: The Dark Knight

 

The Dark Knight ภาพยนตร์ทุนสร้าง 180 ล้านเหรียญของ Warner Bros. เรื่องนี้กำกับโดย Christopher Nolan ผู้กำกับหนุ่มจากอังกฤษที่เคยคืนชีวิตให้กับมนุษย์ค้างคาวมาแล้วใน Batman Begins (รวมทั้งงานกำกับอย่าง Memento และ The Prestige

นอกจาก Christian Bale ที่กลับมารับบทนำอีกครั้ง หนังยังได้ Gary Oldman, Morgan Freeman และ Michael Caine (ที่ฝีไม้ลายมือไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้วัยจะ 75 ปีแล้ว) ที่ต่างกลับมาในบทเดิม ขณะที่หน้าใหม่รวมถึง Maggie Gyllenhaal (ในบทที่เคยเป็นของ Katie Holmes), Aaron Eckhart ในบทอัยการหนุ่มไฟแรง Harvey Dent และ Heath Ledger ที่ฝากผลงานเรื่องสุดท้ายนี้ไว้ก่อนจากไปเมื่อต้นปีด้วยวัยเพียง 28 ปี ซึ่งหลายคนเชื่อว่าบท Joker ของเขามีสิทธิ์ชิงรางวัลออสการ์อีกครั้ง หลังจากบทนำของเขาใน Brokeback Mountain เมื่อปีก่อน

Knight เล่าถึงความพยายามของ Batman ที่ต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า คนธรรมดาใน Gotham อย่าง Harvey Dent ก็สามารถเป็นฮีโร่ พยุงความยุติธรรมแทนคนสวมหน้ากากอย่างเขาได้ ขณะที่ศัตรูอย่าง Joker ก็ต้องการพิสูจน์ให้ Batman เห็นเหมือนกันว่า ในท้ายสุดจะเลือกระหว่าง การจะเป็นฮีโร่จนตัวตาย หรือมีชีวิตอยู่รอจนกระทั่งตัวเองกลายเป็นวายร้ายแทน

(Spoiler highlighted in red)

ซึ่งทั้งคู่ต่างชนะกันคนละหมัด คือในท้ายสุด Harvey Dent คนดีของ Gotham ก็ถูกความโกรธครอบงำ แต่ในขณะที่ชาวเมือง Gotham ก็แสดงให้เห็นถึงการชนะใจตัวเอง ในฉากที่ผู้อพยพบนเรือ ต้องเลือกว่าจะระเบิดเรือที่บรรทุกนักโทษ หรือรอให้เรือนั้นกดระเบิดเรือของตัวเอง หนังจบโดยคำพูดของแบทแมนที่ Joker ต้องจดจำว่า อย่านึกว่าคน Gotham จะเลว ไม่มีศีลธรรมเหมือน Joker” รวมถึงการที่ Batman ยอมรับให้ตัวเองเป็นวายร้ายแทน เพื่อคงไว้ซึ่งความศรัทธาของชาวเมืองต่อ Harvey Dent  

หนังถ่ายทำชิคาโกให้เป็น Gotham ในเรื่อง ทำให้ฉากออกมาเหมือนจริงมากกว่าดูเป็นการ์ตูน ขณะที่ในฉาก Action ผู้ชมจะได้ดูการดีไซน์ชุด Batsuit ใหม่ รวมทั้ง Bat Mobile และ Batpod ที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ Model ซึ่งช่วยสร้างความตื่นเต้นในฉากไล่ล่าได้เป็นอย่างดี

ตลอดความยาว 152 นาทีของ Knight มาพร้อมกับบทพูดที่แฝงไปด้วยคำคม และคุณธรรม ความยุติธรรมตลอดทั้งเรื่อง ทำให้ช่วงแรกของหนังปูเรื่องไปแบบเรื่อยๆ เอื่อยๆ มากไป

แฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามภาคการ์ตูนอาจไม่ค่อยสะใจกับการตีความหนังที่ไม่ตรงซะทีเดียว โดยภาพของ Joker นี้ อาจดูไม่ดุร้าย หรือโรคจิตเท่าในการ์ตูน ตรงกันข้าม คำพูดหลายๆ คำกลับให้แง่คิดด้วยซ้ำ เช่น คำพูดของ Joker ที่แสดงให้เห็นว่า เขาเป็นวายร้ายที่ไม่ต้องการเงินทอง ไม่กลัวตาย ต้องการแค่สนุก สะท้อนจากคำพูดที่ว่า ''Why so serious?' just smile!! ซึ่งในมุมมองของหนัง นั่นทำให้เขาเป็นผู้ร้ายที่น่ากลัวที่สุด จากการยากที่จะคาดเดานั่นเอง
 
Email this |  AddThis Social Bookmark Button  | Comments (0)

Interview: Christian Bale ใน The Dark Knight

 

คำถาม: เคยมีซักวินาทีมั้ยที่คุณสงสัยว่าตัวเองจะได้มาใส่หน้ากากและปีกค้างคาวอีกครั้ง? 

คริสเตียน เบล: ไม่เคยคิดเลย ผมไม่รู้หรอกว่าคนอื่นคิดบ้างมั้ย  น่าจะไปถามคริสดูว่าเค้าเคยสงสัยบ้างมั้ย แต่ผมไม่ 

รู้สึกมั้ยว่าคุณเกิดมาเพื่อเล่นบทนี้? 

มันก็อาจจะเกินไปถ้าบอกว่าเกิดมาเพื่อเล่นบทนี้ แต่ผมก็มีความสนใจอย่างจริงจังกับบทแบทแมนในแบบที่คริส โนแลน ต้องการให้เป็น และผมก็คิดว่าหนังเรื่องที่สองนี้ล้ำหน้ากว่าภาคแรกมาก มันยืนหยัดเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมแบบไม่จำกัดประเภท

ในครั้งที่สองนี้ ชุดที่ใส่หนักขึ้นกว่าเดิมมั้ย หรือว่าใส่สบายขึ้น?

มันสบายกว่าเดิมมาก มันหนักขึ้นแต่มันก็ใส่สบายกว่าเดิม มีชิ้นส่วนประมาณ 110 ชิ้นในชุดนี้ แต่ในชุดดั้งเดิมมีแค่ 3 ส่วน ผมสามารถขยับศีรษะได้ มันเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น 

ชุดนี้ออกแบบมาเหมาะมากกับบทที่ต้องใช้การต่อสู้แบบ Keysi Fighting Method ในขณะที่ชุดแบบแรกนั้นค่อนข้างลำบากที่จะใส่เล่นบทต่อสู้ตามคิว  มันปรับปรุงได้ดีขึ้นมากในทุกๆ ด้าน และผมก็คิดว่ามันจะได้ภาพลักษณ์ที่ดีกับกองทัพถ้ามีทหารและเครื่องแบบอย่างนี้ในอนาคต

อย่างนั้น ฉากในหนังที่ ลูเซียส ฟ็อกซ์ ให้ชุดที่ปรับปรุงใหม่แก่แบทแมนก็เลียนแบบมาจากชีวิตจริงน่ะซิ? 

ใช่เลย มันแน่นอนว่าชุดจะต้องมีการพัฒนา แต่จริงๆ มันก็เป็นคำขอส่วนตัวของผมด้วย ผมรู้ว่าคริสก็ต้องยืนกรานอย่างนั้น  เราจะขยับศีรษะกันได้ซะที ในหนังทุกเรื่องที่ผ่านมา แบทแมนไม่เคยหันหน้าได้เลย 

มันมีความสัมพันธ์กันระหว่างบทของแบทแมนกับโจ๊กเกอร์  คุณแก้โจทย์ในการตีบทของตัวละครที่ดูเหมือนจะมีสองบุคลิกภาพอย่างไร? 

แน่นอนเลย มันต้องเปลี่ยนแปลงมาก  โจ๊กเกอร์จะรู้สึกสนุกที่ได้มาปะทะกับแบทแมน เพราะคู่แข่งคนอื่นๆ ของเค้ากระจอกมาก  เค้าเป็นอัจฉริยะโรคจิตที่ตั้งใจสร้างความวุ่นวายและการทำลายล้าง และถ้าเป็นการทำลายตัวเองด้วยละก็ ใช่เลย  มันยากมากที่จะงัดข้อกับเค้าเพราะเค้าไม่ได้มาค้นหาอะไรนอกจากการอยู่กับปัจจุบันและการอยู่ในสังคมที่สับสนอลหม่านไร้กฎหมาย 

โจ๊กเกอร์ไม่มีความประนีประนอมเช่นเดียวกับแบทแมน แต่แบทแมนมีกฎข้อนึงคือ จะไม่ฆ่าใคร แต่เค้าก็รู้สึกขัดแย้งในตัวเองว่าจะทำตัวรุนแรงได้มากแค่ไหน เค้าต้องต่อต้านกับ การทำดี เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และสืบทอดหน้าที่การดูแลเพื่อนมนุษย์ของครอบครัว  แต่แน่นอนที่สุด โจ๊กเกอร์ที่เข้าถึงจิตใจเค้าได้มากกว่าใครก็พยายามยั่วยวนให้เค้าฉีกกฎของตัวเอง

 
Read more Email this |  AddThis Social Bookmark Button  | Comments (0)

Review: Kurosagi

 

Kurosagi หนังแอ็คชั่นสืบสวน/สอบสวนของผู้กำกับ Yasuharu Ishii (จากทีวีซีรียส์ต้นฉบับ) ที่ดัดแปลงจากการ์ตูนยอดนิยมของ Natsuhara Takeshi อีกทีเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องราวของหนุ่มโรบินฮู้ด แห่งแดนอาทิตย์อุทัย โดยได้ยามาพี จากวง News เป็นคุโรซากิ สุดยอดนักต้มตุ่นของนักต้มตุ่นที่หลอกต้มคนชั่วเพื่อเอาเงินมาคืนผู้ที่ถูกหลอกไป จากปมในวัยเด็กที่พ่อเขาถูกต้มตุ่นจนฆ่าคนในครอบครัวหมด เหลือเขาที่ต้องการแก้แค้นคนชั่วเหล่านี้ให้หมดไป เป้าหมายของคุโรซากิเรื่องนี้ คือ อิชิกาคิ นักต้มตุ้นที่ทำตราประทับบริษัทปลอม และนำไปทำธุรกรรมการเงินของตน จนบริษัทนั้นล้มละลาย โดยเหยื่อครั้งนี้คือประธานบริษัทที่กำลังต้องการเงินไปผ่าตัดหัวใจของลูกสาว

หนังเชิงชิงไหวชิงพริบ และสื่อให้เห็นการต่อสู้ทางความคิด และภายในจิตใจของคุโรซากิ ที่ไม่ต้องการเป็นเหยื่อ หรือเป็นหมากให้คนอื่น แต่ความให้อภัยจะลบความแค้นในใจของคุโรซากิได้หรือไม่ ต้องติดตามชมเอา

คุโรซากิในแผ่นฟิลม์นี้แม้ใครไม่เคยอ่านการ์ตูน หรือดูซีรี่ย์มาก่อน ก็สามารถเข้าใจเรื่องได้จากการปูเนื้อเรื่องมาอย่างดี หนังดูเฉื่อยๆ ในช่วงท้ายๆ ของเรื่อง

แต่เพราะหนังได้แม่เหล็กหนุ่มสุดฮอตของญี่ปุ่น ยามาพี เป็นคุโรซากิ จึงเรียกเสียงหัวเราะในความน่ารักของนักแสดงหนุ่มจากแฟนคลับคนไทยได้อย่างดี ยิ่งหนังสร้างจากการ์ตูนยอดนิยม และเคยทำเป็นซีรี่ส์ที่ประสบความสำเร็จมาก่อนแล้ว ก็เป็นหนังที่น่าติดตามโดยเฉพาะแฟนคลับไม่ควรพลาด
 
Email this |  AddThis Social Bookmark Button  | Comments (0)

Interview: เวียร์ - ศุกลวัฒน์ ใน "หนึ่งใจเดียวกัน"

 

เวียร์ กับบทหมอหนุ่มมาดนิ่ง หมอพบธรรม ใน หนึ่งใจเดียวกัน หนังเรื่องแรกในชีวิตการแสดงที่บอกได้เต็มปากเลยว่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตตั้งแต่เล่นละครมา และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงสุดที่มีโอกาสได้มาเล่นหนังเพราะไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เล่นหนังมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีโอกาสแสดงร่วมกับ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ถือเป็นสิ่งสุดยอดของชีวิต

GTH: คาแรคเตอร์ของหมอพบธรรมในเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

เวียร์: บุคลิกของ หมอพบธรรม เป็นคนใจเย็น สุขุม รักเด็ก ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จึงได้ตัดสินใจ เดินทางมาเป็นหมอที่ชนบท ที่หมู่บ้านเพียงหลวง เพื่อมารักษาเด็กๆ และเป็นเหมือนผู้นำคอยให้ความรู้ของหมู่บ้าน

การแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกต้องมีการเตรียมตัวอะไรล่วงหน้าบ้าง?

ผมต้องมีไปเวิร์กช็อปการแสดง ซึ่งช่วยเราเตรียมตัวเพื่อแสดงให้เข้ากับบุคลิกของ หมอพบธรรม ให้ได้ดีครับ โดยส่วนตัวแล้วผมว่า หมอพบธรรมกับผม ก็มีส่วนที่คล้ายๆกันอยู่หลายเรื่อง และด้วยเนื้อเรื่องที่ดำเนินอยู่ในชนบทยิ่งใกล้กับตัวผมเข้าไปใหญ่ เพราะผมก็อยู่ต่างจังหวัดเหมือนกันครับ

ตื่นเต้นหรือเปล่าที่ต้องร่วมงานกับทูลกระหม่อมฯ?

แรกๆจะตื่นเต้นมาก ผมเคยเห็นพระองค์ท่านแต่ในโทรทัศน์ ในหนังสือต่างๆ และไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่งจะได้เจอพระองค์ท่านจริงๆ ครั้งแรกที่ได้เจอพระองค์ท่านเป็นวันที่ต้องต่อบทกัน ว่าแต่ละคนมีบทประมาณไหน แล้วก็เป็นการร่วมนั่งโต๊ะทานข้าวเดียวกันกับพระองค์ท่านครั้งแรกด้วย จำได้ว่าทั้งตัวเกร็ง ตื่นเต้น ทำอะไรไม่ถูกไปหมด

พอรู้ว่าต้องร่วมแสดงกับพระองค์ท่าน ทุกคนก็เกร็งกันหมด มีการซีร็อกซ์คำราชาศัพท์แจกกันคนละแผ่นเลย จะได้พูดกันได้ถูกต้อง แต่พอเอาเข้าจริงแทบไม่ต้องพูดคำราชาศัพท์เลย พระองค์ท่านบอกว่าพูดธรรมดาๆได้ เราก็เลยสามารถพูดคำธรรมดากับท่านได้ พระองค์ท่านเป็นกันเองมาก สนุกสนาน ร่าเริง เฮฮา ชอบมีมุขมาพูดกับคนในกองเสมอ และพระองค์ท่านก็จะชอบร้องเพลง เลยมีการร่วมร้องเพลงกันในกองด้วย ยิ่งได้ร่วมแสดงกับพระองค์ท่านยิ่งรู้สึกว่าพระองค์ท่านสุดยอดมาก ไม่ถือพระองค์เลย 

มีฉากไหนที่ประทับใจบ้าง?

ฉากที่พระองค์ท่านต้องเล่นตากฝน ต้องล้มตัวลงกับพื้น ต้องนอนบนโคลนเละๆ ซึ่งพระองค์ท่านก็เล่นเองหมดเลย ตอนแรกจะมีแค่ฝนผ่านหน้ากล้อง แต่พระองค์ท่านก็บอกเองเลยว่า ไม่เป็นไร เอามาเต็มที่เลย ก็เลยได้ถ่ายท่ามกลางฝนตก และฉากนี้เองที่ตื่นเต้นสุดๆ เพราะผมต้องเป็นคนไปอุ้มพระองค์ท่านขึ้นมาจากพื้นเพื่อช่วยเหลือท่าน   ก็กลัวว่าจะทำพระองค์ท่านหล่นหรือเปล่าอีก ก่อนเล่นฉากนี้ก็เลยต้องก้มกราบท่านก่อน เพื่อขออนุญาตแตะเนื้อต้องตัวท่าน 

มีฉากไหนที่ตื่นเต้นบ้าง?

อีกฉากหนึ่งที่เรียกว่าค่อนข้างเสี่ยงแล้วพระองค์ท่านก็ตัดสินใจเล่นเอง เป็นฉากที่เกิดไฟไหม้ แล้วต้องวิ่งเข้าไปในสถานที่นั้น แล้วก็ต้องวิ่งออกมา สถานที่ก็เป็นไม้ ติดไฟทั่วไปหมด ฉากนั้นทุกคนต้องแสดงอารมณ์ไปด้วย ทั้งตื่นเต้น ตกใจ และกลัวว่าพิมพ์ดาวที่รับบทโดยพระองค์ท่านจะเป็นอะไร กลายเป็นทุกคนก็กลัวกันจริงๆ ตื่นเต้นกันจริงๆ เป็นการแสดงอารมณ์จริงที่รู้สึกตอนนั้นออกมาเลย เลยรู้สึกทึ่งในความทุ่มเทและความตั้งใจของพระองค์ท่านมากๆ

การร่วมงานกับนักแสดงคนอื่นๆ?

นุ่น เป็นคนน่ารัก เป็นคนตรงๆ พูดง่ายๆ เวลาทำงานจะตั้งใจมาก เวลาทำงานคือทำงาน จะอ่านบทเพื่อเตรียมตัวในฉากต่อไป จะทำสมาธิก่อนเล่นเสมอ เลยเหมือนเป็นคนดุ เด็กๆเลยจะค่อนข้างกลัวนุ่น ไม่ค่อยเข้าไปใกล้ๆเท่าไหร่ แต่จริงๆไม่มีอะไร เป็นตัวอย่างในการทำงานที่ดีมาก

การร่วมงานกับนักแสดงเด็กๆ โดยส่วนตัวแล้วเวียร์คิดว่ายากง่ายแค่ไหน?

การร่วมงานกับเด็กๆตอนแรกผมคิดอยู่ว่าต้องวุ่นวายแน่ๆเลย แต่เด็กๆกลับน่ารักมาก อย่างตอนอยู่ในกองก็จะชอบมาเล่นด้วย เพราะเราจะชอบพาไปเล่นโน่นเล่นนี่ด้วยกันตลอด เด็กๆเลยค่อนข้างจะติด ยกให้เป็นหัวหน้าแก๊งค์กันเลย บางครั้งพาเด็กเล่นซะเพลิน จนโดนผู้กำกับดุบ้างก็มี

พอใจกับการร่วมงานภาพยนตร์เรื่องแรกแค่ไหน?

บรรยากาศในกองถ่ายตลอดจนการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความสุข สนุกสนานมาก ทุกคนทำงานและแสดงกันอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ และรู้สึกเป็นเกียรติทุกครั้งที่คิดถึง คิดถึงว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ ได้ร่วมแสดงกับพระองค์ท่านรู้สึกเป็นเกียรติกับชีวิตมากครับ

 
Email this |  AddThis Social Bookmark Button  | Comments (0)

Interview: Brendan Fraser ใน Journey to the Center of the Earth 3D

 

สร้างจากนิยายวิทยาศาสตร์ของ จูล เวิร์น Journey to the Center of the Earth เป็นภาพยนตร์แอ๊คชั่นผจญภัยเรื่องแรกที่ถ่ายทำและออกฉายระบบดิจิตอล 3 มิติทั้งหมด โดยมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการถ่ายทำเพื่อที่ผู้ชมจะได้เห็นภาพการผจญภัยที่น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนได้สัมผัสเอง หนังเป็นผลงานร่วมสร้างระหว่างบริษัท New Line และ Walden Media (The Chronicles of Narnia) กำกับโดย เอริค เบรวิก มือสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟ็กต์จาก The Day After Tomorrow และ Pearl Harbor

นักแสดง เบรนดัน เฟรเซอร์ ร่วมกับโปรดิวเซอร์ ชาร์ลอต ฮักกินส์ และผู้ปรึกษาด้านภาพสามมิติ เอ็ด มาร์ช พูดถึงประสบการณ์จากการถ่ายหนังที่มีคนแสดงร่วมกับอนิเมชันแบบสามมิติครั้งแรก ในงานเปิดตัวที่โรงภาพยนตร์ AMC Metreon ซานฟรานซิสโก

หนังเรื่องนี้นั้นเนียนมากถึงมากที่สุดเท่าที่พวกเราเคยดูที่ไหนมา ไม่พยายามใช้ภาพสวยงามเกินจนปวดหัว แล้วก็มีความเป็นหนังมากกว่าหนังเรื่องอื่นๆ เยอะ เฟรเซอร์เล่าให้ฟังว่า หนังเรื่องนี้เป็น การดัดแปลงใหม่ ของนิยายคลาสสิคของ จูลส์ เวิร์น

เฟรเซอร์รับบทเป็นศาสตราจารย์ที่เชื่อว่าหนังสือของเวิร์นนั้นเป็นมากกว่านิยายวิทยาศาสตร์ และระหว่างการเดินทางไปประเทศไอซ์แลนด์ เขา หลานชาย และสาวผมบลอนด์แสนน่ารัก (อนิต้า ไบรเอ็ม) ก็ได้พบว่าพวกเขาได้เจอกับเรื่องน่าประหลาดใจและความน่าสยองขวัญที่เกี่ยวข้องหนังสือเล่มนี้ ฉากที่พวกเราได้ดูนั้นมีภัยอันตรายเกิดขึ้นสามอย่างคือ ต้นไม้กินคนใหญ่ยักษ์, ปลานักฆ่า, และพายุในทะเล นอกนั้นยังมีรถขนแร่ที่วิ่งหนีได้ (อันนี้นี่มีเค้าความคล้าย Indiana Jones and The Temple of Doom หน่อยๆ) และไดโนเสาร์ยักษ์จอมเขมือบ

ฮักกินส์กล่าวว่า หนังสามมิติที่ถูกสร้างขึ้นก่อนหนังเรื่องนี้มีปัญหาเรื่องการวางตำแหน่งทางแนวดิ่งและแนวนอน แต่เรื่อง Journey เนี่ย เราสามารถแก้ไขเรื่องพวกนั้นได้ แล้วก็ปรับคอนเวิร์ชชัน-วิธีที่ตาของคนปรับตัวเมื่อมีภาพเคลื่อนที่เข้ามาหา ผลที่เกิดขึ้นก็คือมีการรวมกันระหว่างการตัดต่อที่มีการตัดมากกว่าหนังสามมิติอื่นๆ และภาพยนตร์ที่มีการตัดต่อแบบภาพยนตร์ทั่วๆ ไปผสมกัน ตาของคุณจะสามารถปรับได้อย่างสบาย ฮักกินส์พูด

ก่อนเรื่องนี้ เราต้องมีการชดเชยการตัดต่อสำหรับภาพสามมิติ

เฟรเซอร์เสริมว่าเขาได้เตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับหนังเรื่องนี้ เนื่องจากใน The Mummy เขาได้เรียนวิธีการปฏิบัติตัวหน้าฉากหลังสีเขียวให้ดูสมจริงและเหมือนอยู่ในสิ่งแวดล้อมจริง เขายังย้ำอีกว่าฉากโปรดของเขานั้นอาจจะเป็นฉากไคลแมกซ์ก็ได้ ซึ่งฉากที่เขาว่านั้นไม่ได้เปิดฉายให้ผู้ชมที่วันเดอร์คอนวันนั้น คุณต้องเสียเงินดูนะ เฟรเซอร์หัวเราะ ก่อนที่เขาจะอธิบายว่าฉากต้นไม้นักฆ่านั่นก็พิเศษเหมือนกัน ฉากนี้ถูกเพิ่มเข้ามาเมื่อกลุ่มผู้สร้างตระหนักว่าควรจะมีศัตรูเพิ่มขึ้นหน่อยสำหรับฮีโร่ในหนังเรื่องนี้

จริงๆ มันไม่ได้มีอยู่ในหนังเรื่องนี้หรอก เราต้องหาทางที่จะมีฉากต่อสู้กับใครซักคนที่สามารถสู้ได้ในหนังที่เด็กอายุ 13 ปีขึ้นไปดูได้

ผมว่าพวกคุณควรจะรู้สึกภูมิใจที่ได้มากันที่นี่วันนี้ เขาบอกกับทุกคนก่อนที่จะจบการเสวนาครั้งนี้ เพราะว่าผมภูมิใจสุดๆ ไปเลย

Journey to the Center of the Earth เปิดตัวในโรงภาพยนตร์ 24 กรกฎาคมนี้

 
Email this |  AddThis Social Bookmark Button  | Comments (0)

Interview: เจ้าเหว่ย จาก Red Cliff สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ

 

Red Cliff สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ เป็นภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดของเอเชียและยังเป็นการออกแบบงานสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาพยนตร์สามก๊กอีกด้วย ด้วยฝีมือการกำกับของ จอห์น วู (Mission Impossible II, Paycheck) ที่ตัดสินใจสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมกันถึงสองภาค

Q: คุณโด่งดังจากซีรียืเรื่อง องค์หญิงกำมะลอ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้คุณเป็นอย่างมาก และในภาพยนตร์เรื่อง Red Cliff คุณได้รับบทบาทครั้งใหม่ที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นด้วย?

เจ้าเว่ย: ใช่คะ ในภาพยนตร์เรื่องนี้บทเข้มข้นขึ้น ตัวฉันรับบทเป็น ซุนฮูหยิน น้องสาวคนเล็กของซุนกวน เป็นบทที่สนุกมากด้วยคาแรกเตอร์ที่ไม่เหมือนใคร เพราะฉันต้องแสดงเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งแกร่งเกินชาย เธอเป็นตัวแทนสาวหัวก้าวหน้า ในยุคสมัยนั้น

Q: ได้ยินมาว่า คุณมีความสุขมากระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้?

เจ้าเว่ย: แน่นอน เพราะตัวละครของฉัน เป็นผู้หญิงที่ทะมัดทะแมงชอบใส่ชุดผู้ชาย ว่าง ๆ เธอก้จะปลอมตัวเป็นทหารเพื่อไปช่วยพี่ชายรบ แถมหน้าตาก็ไม่ต้องแต่งอะไรมาก นั้นแหละที่ทำให้ฉันชอบมาก

Q: คุณต้องเรียนการแสดงเพิ่มเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยใช่ไหม?

เจ้าเว่ย: ใช่ค่ะ เพราะว่าทุกตัวละครจะต้องพูดภาษาจีนกลาง และต้องออกรบในสงครามด้วย ดังนั้นฉันต้องเรียนเรื่องการ วางท่าทางการใช้ดาบและ ทวน รวมถึงการออกสำเนียงต่างๆ ด้วย

Q: เป็นครั้งแรกที่ต้องแสดงประกบหนุ่มฮอตอย่าง ทาเคชิ คาเนชิโร่ และ เหลียงเฉาเหว่ย

เจ้าเว่ย: สองคนนั้นเขาเล่นเป็นข้ารับใช่ของฉัน (หัวเราะ) ส่วยใหญ่ฉันจะได้เข้าฉากกับ เหลียงเฉาเหว่ยมากกว่าเพราะเขารับบทเป็น จิ่วยี่คนสนิทของพี่ชายซุนฮูหยิน ส่วนทาเคชิ รับบทเป็นขงเบ้ง  เราเหมือนอยู่คนละฝ่ายแต่ก็มีการเข้าฉากร่วมกันมาก แต่ฉากที่ฉันชอบมากที่สุดในหนังกลับเป็นฉากที่ เสี่ยวเกี้ยว ที่แสดงโดยหลินจื้อหลิงต้องถอดเสื้อผ้าที่เขียนแผนที่จากตัวเธอม้วนออกมาเพื่อทำตามแผนการศึกที่ จิวยี่วางไว้เพื่อพิชิตโจโฉ ฉันว่ามันเจ๋งดี 

Q: คุณได้ร่วมวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก ที่บ้านเกิดด้วยตื่นเต้นไหม?

เจ้าเว่ย: รู้สึกเป็นเกียรติมาเลยค่ะ ในช่วงที่คนทั้งประเทศกำลังโศกเศร้าจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ฉันเชื่อว่ามหกรรมกีฬาโอลิมปิกช่วยดูแลจิจใจของพวกเราได้เยอะ และภาพยนตร์เรื่อง Red Cliff ก็ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ประเทศจีนทุ่มทุนสร้างขึ้นมากว่า 80 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อนำออกฉายต้อนรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเหมือนกับสารแจ้งเหตุจากจีนถึงคนทั้งโลกว่า กว่าที่ประเทศจะรวมกันเป็นหนึ่งได้ เราต้องเสียสละอะไรบ้าง ความสามมัคคีเท่านั้นที่จำนำเรามาถึงทุกวันนี้ได้

Red Cliff ภาคแรกมีกำหนดฉาย 10 กรกฎาคมนี้ พร้อมกันทั่วเอเชีย
 
Email this |  AddThis Social Bookmark Button  | Comments (0)
   
Next »
   
   
recent posts
 
Review: Wall-E
By Pensuda Prathomkruk

Tropic Thunder ล้ม Dark Knight สำเร็จ!!
By Bhuwasit Buachan

Review: Journey to the Center of the Earth
By Pensuda Prathomkruk

New trailer: Harry Potter and the Half-Blood Prince
By Bhuwasit Buachan

Review: The Dark Knight
By Pensuda Prathomkruk

popular posts
 
Matt Damon ตกลงเล่น ‘Bourne’ 4

First 'X-Files 2' Trailer!

Michelle Rodriguez กลับก๊วน ‘Fast and Furious 4’

งานใหม่ของผู้ชนะออสการ์ปีนี้

‘Harry Potter and the Deathly Hallows’ แตกออกเป็นหนัง 2 เรื่อง

CATEGORIES

Awards
Box Office
Casting
Deals
Home Entertainment
Images
Lists
Movie Marketing
New Releases
Oscar Oscar
Posters
RIP
Site Announcements
TV series
Trailers & Clips
Videos
YouTube

GENRES

Action / Adventure
Animation
Asian Films
Comedy
Comic & Superhero
Documentary
Drama
Focus Features
Gay & Lesbian
Horror
Independent
Kids & Family
Music & Musicals
Mystery & Suspense
Politics
Romance
Sci-Fi & Fantasy
Sequels & Remakes
Shorts
Sports
Thai Films
Thrillers
War
Western

FEATURES

Best / Worst
Interviews
Theatrical Reviews

DISTRIBUTORS

Disney
DreamWorks
Fox Searchlight
GTH
Lionsgate
MGM
New Line
Paramount
Paramount Vantage
Sony Pictures
The Weinstein Co.
Twentieth Century Fox
United Artists
United International Pictures (Thailand)
Universal
Warner Bros.
มงคลภาพยนตร์
มงคลเมเจอร์
สหมงคลฟิล์ม

A-LISTS

Angelina Jolie
Bourne
Brad Pitt
Harry Potter
J.J. Abrams
James Bond
Jim Carrey
Johnny Depp
Julia Roberts
Keanu Reeves
Leonardo DiCaprio
Martin Scorsese
Matt Damon
Nicolas Cage
Nicole Kidman
Peter Jackson
Star Trek
Steven Speilberg
Tim Burton
Tom Cruise
Tom Hanks
Will Smith

CONTACT

Contact

 
 
 
 
BANGWOOD BLOGGERS

Editors

Bhuwasit Buachan Email
Wilaiwan Suradet Email

Contributors

Nattaya Kongsri Email
Pimara Sangyu Email
Pensuda Prathomkruk Email
Supreecha Thaijaijing Email
 
 
   
RichnRoll
20 bangabsolute gossipbangwoodhollywood stylevideos
Make this site your homepageRegister / Sign InAdvertiseRSSSend Tips / FeedbackMain
All contents copyright © 2008 RichnRoll Productions Company Limited. All rights reserved. View our Privacy Policy and Terms of Use.